Long Time No See

posted on 19 Aug 2008 18:46 by s-inner
เวลาผ่านมาสองเดือนแล้วที่ผมไม่ค่อยได้เข้ามาที่นี่ เพราะจะเน้นงานรีวิวที่ inner มากกว่า แต่ทีนี้จะมีงานมาเพิ่ม คือ การเป็นเถ้าแก่จำเป็นของโรงพิมพ์(ที่บ้าน)นั่นเอง บทเรียนแรกก็คือ การเซ็นต์เอกสารที่อยู่รอบๆตัว เริ่มตั้งแต่ใบถอนเงินของธนาคารต่างๆ จนกระทั่งเปิดบัญชีฝากประจำของตัวเองขึ้นมาอีกหนึ่ง เพราะก่อนหน้านี้จะเป็นช่วงที่ต้องไปเปลี่ยนชื่อกรรมการในบัญชีของบริษัทแต่ละบัญชีด้วย ซึ่งต้องทำถึงสามธนาคารเลยทีเดียว กระบวนการในการเปลี่ยนชื่อกรรมการแบบนี้มันค่อนข้างง่าย และก็ทำเสร็จไปแล้วสองที่ เหลืออีกหนึ่งที่แม่ยังบอกไม่ได้ว่าจะให้ไปเมื่อไหร่ ตอนนี้ก็เปิดเทอมแล้วด้วย ทำให้วิถีชีวิตในตอนนี้ต้องลำบากขึ้นไปอีกนิดหน่อย แต่ก็ต้องอดทนละ เพื่ออนาคต

ช่วงนี้ผมเริ่มจะหายไปจากวงการเพลงแล้ว เนื่องจากไม่ได้จัดรายการอย่างปกติที่เคยทำมาทุกสัปดาห์ ด้วยความเบื่อหน่ายส่วนตัวหลังจากที่ทำมาหนึ่งปี ผมเคยบ่นจะเลิกอยู่หลายทีแล้ว แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ เพราะมันผูกพันกับคนฟังอยู่พอสมควร มาในช่วงนี้ผมคงจะไม่ได้จัดอีกนาน เนื่องจากเหตุผลด้านการเรียน การงาน และ "การดูแลแฟน" (อันหลังนี่เป็นหน้าที่ที่ใหญ่หลวง ^-^) มีแถมมาอีกอย่างที่ค่อนข้างจะไม่เกี่ยวกันคือ "ติดเกมส์" เนื่องจากช่วงนี้ซื้อเกมของ PS3 มาพอสมควร ทำให้เจ้าเครื่องขาวๆที่ผมมีอยู่นี้ได้ใช้ประโยชน์อยู่บ้าน ไม่เช่นนั้นหากเอาไว้ดูดีวีดีอย่างเดียวแล้วคงจะเบื่อกันน่าดู

ในเดือนหน้านี้ ผมคิดว่าน่าจะลองหาที่เรียนแซกโซโฟนให้ได้เป็นชิ้นเป็นอันไปเลย ซึ่งก็เล็งอยู่ที่เดียวแหละคือ Saxsociety ที่สีลมซึ่งเพิ่งจะเปิดไปไม่นานนี้ เพราะอยากจะปูพื้นฐานขึ้นมาใหม่ให้แน่นกว่าเดิม เพื่อจะได้มีไอเดียในการแต่งเพลงมากขึ้นไปอีก ผมกลับมาเล่นแซกอีกครั้ง เพราะมันเป็นเครื่องดนตรีชิ้นแรกและชิ้นเดียวที่ผูกพันกันมานาน ผนวกกับแรงบันดาลใจจากการฟังเพลงของพี่ซอร์น แต่ผมไม่อยากเป็นอย่างพี่แกหรอกครับ เพราะว่ายังอ่อนด้อยประสบการณ์ แถมยังมีข้อจำกัดทางสุขภาพอีก อีกอย่างคือ แกเล่นแต่ละอย่างนี่หลุดๆทั้งนั้น (หรือเพราะช่วงนี้ผมฟังเพลงช้าบ่อยด้วยหว่า)

ช่วงนี้ผมฟัง Waking Every God ของ Pain of Salvation บ่อยจนเรียกว่าจะเข้าเส้นกันทีเดียว เนื้อหาของเพลงนี้จะเริ่มจากการอธิบายว่าทำไมเราถึงรู้สึกอิสระ แต่ชอบท่อนกลางๆที่ว่า ขอให้ตัวเองเป็นพระเจ้า แล้วสรุปว่า อิสระมันอยู่ที่ไหนกันล่ะ แม้แต่ผมก็ยังไม่รู้เลย แล้วเราก็คง...ตามหาความหมายของคำๆนี้กันต่อไป พร้อมกับดนตรีที่ซับซ้อนและหม่นหมองโดยฝีมือของ แดเนียล กิลเดนโลว์ และผองเพื่อน

"อิสรภาพขั้นสุดท้ายคือ ความตาย"

...

Comment

Comment:

Tweet

ใช่สิเนอะ..

อิสรภาพขั้นสุดท้ายคือ ความตาย

นอกจากมันจะเป็นขั้นสุดท้าย แล้ว

มันคงจะเป็นขั้นสูงสุดซะด้วยสิ


ยังไงก็เป็นกำลังใจให้พี่กิตกับเรื่องพี่ต้องเจอ

ให้ทุกอย่าง ทั้ง เรียน ทั้งงาน และค.รัก ให้ประสบความสำเร็จ ^^

สู้ๆ จ้าbig smile

#3 By Polaroid on 2008-12-02 11:03

ตามมาถึงในนี้เลย หุหุ

ตอนนี้ผมเริ่มทำบล๊อกบ้างแล้วนะ

ก็เลยตามมาๆ แต่บล๊อกยังห่วยๆ อยู่

ตอนนี้ขอเวลาจัดการชีวิตแบบ กิตบ้าง 55+

ปล.ผมแนะนำให้คุณกิต ฟังเพลงป๊อปสมัยนิยมมั่งนะ
เผื่อจะได้ไม่อยู่ในโลกของตัวเองเกินไปนะจ๊ะ big smile

#2 By runangel (124.121.12.12) on 2008-08-31 19:00

"อิสรภาพขั้นสุดท้ายคือ ความตาย"
คมมากๆ

#1 By keerati-vocalist on 2008-08-27 21:39